ข้ามไปที่เนื้อหา

เว็บแอปพลิเคชันคือประตูหน้าขององค์กรยุคใหม่ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องที่สุด เหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยจำนวนมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีเว็บแอปพลิเคชันเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการโจมตี Manual Web Penetration Testing คือวิธีค้นหากลุ่มช่องโหว่ที่เครื่องมือสแกนไม่สามารถตรวจพบได้อย่างน่าเชื่อถือ

โครงการทดสอบ Web Application ของ Vantage Point รวมการสแกนอัตโนมัติเพื่อความครอบคลุมกับ Manual Testing เชิงลึกสำหรับช่องโหว่ Business Logic รวมถึงปัญหาการกำหนดสิทธิ์ (Authorisation) และช่องโหว่ที่เชื่อมโยงกันซึ่งเครื่องมือสแกนมักระบุไม่ได้อย่างแม่นยำ ทุกโครงการดำเนินตาม OWASP WSTG โดยเชื่อมโยงกับ OWASP Top 10 และ ASVS ในกรณีที่ต้องใช้หลักฐานระดับ Verification

ช่องโหว่ที่พบจะถูก Reproduce พร้อมหลักฐาน Request/Response, Payload และภาพหน้าจอ เพื่อให้ทีม Engineering แก้ไขได้โดยไม่ต้องค้นหาปัญหาใหม่ และให้ทีม Audit ตรวจสอบได้โดยไม่ต้องทดสอบซ้ำทั้งหมด

ความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา

เว็บคือจุดเริ่มต้นของการโจมตีจำนวนมาก

ช่องโหว่ของแอปพลิเคชันเว็บปรากฏในสัดส่วนที่มากที่สุดของรายงานการละเมิดข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ การควบคุมความปลอดภัยของเครือข่ายโดยกว้างไม่สามารถชดเชยความเสี่ยงของ Application Endpoint ที่เปิดเผยอยู่ได้

เครื่องมือสแกนไม่สามารถค้นหาช่องโหว่การกำหนดสิทธิ์ได้อย่างน่าเชื่อถือ

IDOR, Broken Access Control และการใช้หลาย Role ในทางที่ผิด เป็นช่องโหว่ที่มีผลกระทบสูงและพบได้บ่อยในโครงการจริง แต่เครื่องมืออัตโนมัติไม่สามารถตรวจพบได้อย่างสม่ำเสมอ

หลักฐานตาม PCI DSS และ ASVS มีความจำเป็นมากขึ้น

หน่วยงานกำกับดูแล ธนาคาร และลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ต่างร้องขอหลักฐานการทดสอบเว็บที่สอดคล้องกับ OWASP เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับผู้ให้บริการและรอบการตรวจสอบ

สิ่งที่เราทดสอบ

กลุ่มช่องโหว่ที่พบบ่อย

การทดสอบครอบคลุม OWASP Top 10 และชุดขั้นตอนการทดสอบทั้งหมดของ OWASP WSTG

  • SQL, NoSQL, Command และ Template Injection
  • Cross-Site Scripting (XSS) — Stored, Reflected, DOM
  • CSRF และ SSRF
  • XML External Entity (XXE)
  • Insecure Deserialisation
  • Server-Side Request Forgery

Logic, Access และ Configuration

กลุ่มช่องโหว่ที่มักสร้างผลลัพธ์สำคัญที่สุดในโครงการจริง และเป็นจุดที่ Manual Testing มีบทบาทสำคัญ

  • การยืนยันตัวตนและการจัดการ Session
  • การกำหนดสิทธิ์ การบังคับใช้ Role และ IDOR
  • การโจมตี Business Logic และ Workflow
  • Input Validation และ Output Encoding
  • การจัดการ Cryptography และข้อมูลขณะจัดเก็บ (Data-at-Rest)
  • Configuration Management

ช่องโหว่ที่เรามักพบจากการทดสอบในลักษณะนี้

ข้อมูลที่นำเสนอเป็นกลุ่มช่องโหว่ที่ที่ปรึกษาของเรามักพบจากการทดสอบในลักษณะเดียวกัน ความรุนแรงและความถี่จะแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมและระดับความพร้อมของแต่ละองค์กร

ช่องโหว่ใน Access Control

IDOR บนทรัพยากรที่จำกัดต่อ Tenant, การไม่มี Authorisation บน Internal API Endpoint ที่เข้าถึงได้จาก Front-End และฟังก์ชัน Admin ที่ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้ผ่านการแก้ไข URL

ช่องโหว่ในการยืนยันตัวตน (Authentication)

การคาดเดาชื่อผู้ใช้ผ่านระยะเวลาการตอบกลับหรือข้อความ Error, การ Reset รหัสผ่านที่ไม่ปลอดภัย, Session Token ที่คาดเดาได้, และการ Bypass MFA ใน Legacy Flow

Injection

SQL Injection ใน Legacy Reporting Endpoint, SSRF ในฟีเจอร์ที่ดึง URL ไปถึง Cloud Metadata, Server-Side Template Injection ใน Admin UI

XSS

Stored XSS ใน User-Content Field, DOM-Based XSS ใน Client-Side Routing, Reflected XSS ที่เข้าถึงได้ผ่าน document.location

การเปิดเผย Sensitive Data

PII ใน Error Message, Secret ใน JavaScript Bundle, ชื่อ Internal Host รั่วไหลใน HTTP Response และ Account Object เต็มที่ส่งกลับไปยัง UI ที่ต้องการเพียงชื่อเท่านั้น

การกำหนด Security Headers / Cookies ผิดพลาด

ไม่มี HSTS, CSP ที่อ่อนแอ, Cookie ที่ไม่มี HttpOnly หรือ Secure, SameSite ยังตั้งเป็น None บน Session Cookie

แนวทางการทำงานที่มีโครงสร้างชัดเจน ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกในทุกการทดสอบ

ทุกโครงการดำเนินตามแนวทางที่มีระเบียบวินัยเดียวกันผ่านแพลตฟอร์ม Velocity เพื่อให้คุณภาพ การติดตามตรวจสอบ และการรายงานมีมาตรฐานเดียวกันในทุกทีม

การกำหนดขอบเขต

กำหนดสินทรัพย์ สภาพแวดล้อม ข้อกำหนดในการทดสอบ และเกณฑ์การยอมรับร่วมกับผู้เกี่ยวข้องด้านเทคนิคและความปลอดภัย

การดำเนินการ

การทดสอบแบบ Manual และด้วยเครื่องมือโดยที่ปรึกษาที่ได้รับการรับรอง CREST พร้อมเก็บหลักฐานในทุกขั้นตอน

การตรวจสอบความถูกต้อง

ทุกการค้นพบจะถูกทำซ้ำ ประเมินระดับความเสี่ยงด้วย CVSS และยืนยันโดยที่ปรึกษาท่านที่สองก่อนรายงานผล

การรายงาน

รายงานที่ลงนามด้วยรหัส พร้อมการอ้างอิง Test Case การจัดระดับความรุนแรง ขั้นตอนการทำซ้ำ และแนวทางแก้ไข

สรุปผลและการทดสอบซ้ำ

การประชุมสรุปผลกับผู้เกี่ยวข้อง การช่วยจัดลำดับความสำคัญ และการทดสอบซ้ำหลังการแก้ไข

อ้างอิงมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ

OWASP WSTG
OWASP Top 10
OWASP ASVS
PCI DSS v4.0 (ข้อกำหนดสำหรับเว็บแอปพลิเคชัน)

คำถามจากผู้สนใจใช้บริการ

บัญชีทดสอบ ใครเป็นผู้จัดเตรียม? +

โดยปกติคือลูกค้าเป็นผู้จัดเตรียม เราทดสอบภายใต้ Role ที่เป็นตัวแทนของการใช้งานจริง อย่างน้อยที่สุดคือ Standard User และ Administrator เพื่อให้การประเมินการบังคับใช้ Authorisation เป็นไปอย่างถูกต้อง

การ Scan จะกระทบต่อประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันหรือไม่? +

เราปรับความรุนเเรงของการ Scan ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมขององค์กรคุณ สำหรับ Production Environment ที่มีความละเอียดอ่อน เราจะปรับลดความรุนเเรงและไม่รวม Endpoint ที่รับเเจ้งว่ามีความเปราะบาง เเต่สำหรับ Staging เราจะรุกล้ำมากขึ้น

รองรับ GraphQL และ API รูปแบบใหม่หรือไม่? +

เรารองรับ GraphQL, gRPC และ Backend แบบ Message-Driven ซึ่งมี Test Case เฉพาะ รวมถึง Introspection, การ Bypass Depth Limit และ Broken Object-Level Authorisation

บริการนี้แตกต่างจากบริการ Penetration Testing API ขององค์กรคุณอย่างไร? +

การทดสอบ Web Application มุ่งเน้นที่แอปพลิเคชันที่ผู้ใช้เข้าถึงผ่าน Browser ส่วนการทดสอบ API มุ่งเน้นที่ Service Contract ภายใต้แอปพลิเคชัน หลายโครงการเลือกทดสอบทั้งสองส่วนพร้อมกัน เนื่องจากการโจมตีในโลกจริงครอบคลุมทั้งสองส่วน

ทดสอบการป้องกันของท่านกับผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยเชิงรุก

ปรึกษาที่ปรึกษาที่ได้รับการรับรอง CREST เกี่ยวกับการทดสอบ Penetration Testing ครั้งถัดไปของท่าน